|
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10565
เชลยของอัยการศึก
โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์
แทนที่จะเขียนเรื่องรัฐธรรมนูญใหม่ต่อ บังเอิญผมได้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์จากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชียฉบับหนึ่ง จดหมายนี้เป็นจดหมายเวียน ฉะนั้นนอกจากผมแล้ว ย่อมมีคนอื่นที่ได้รับเช่นเดียวกันอีกมากมาย รวมทั้งสื่อทุกแขนงด้วย แต่ผมไม่เคยเห็นรายงานนี้ในสื่อประเทศไทย ยังไม่พูดถึงการตามเจาะ ผมไม่ทราบว่าข่าวนี้จริงหรือเท็จ แต่ไม่ว่าจะจริงหรือเท็จ ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จในการนำความสงบสุขมาสู่ภาคใต้ เพราะถ้าเท็จ ก็ต้องพิสูจน์ ถ้าจริง ก็เท่ากับอธิบายความล้มเหลวของนโยบายรัฐบาลให้สังคมไทยได้รับรู้
ต่อไปนี้ ผมขอแปลข่าวดังกล่าวให้อ่านก่อน
"ประมาณบ่ายสองโมงของวันที่ 30 ตุลาคม 2549 ทหารติดอาวุธกลุ่มหนึ่งได้จับกุมมูฮัมหมัด อาร์มิง ยูโซะ ใกล้บ้านของเขาในอำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ตอนที่เขากลับจากทำงานในสวนยาง พวกทหารได้คลุมศีรษะของเขาด้วยหมวกแม้วสีแดง และสั่งให้เขานอนลงบนกระบะหลังของรถกระบะ หลังจากนั้นก็นำเขาไปยังสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเขาพบในภายหลังว่าคือค่ายทหารที่อำเภอรือเสาะ
นายทหารที่นั่นได้กล่าวหาเขาว่ามีส่วนในการปล้นอาวุธอันลือลั่นในวันที่ 4 ม.ค.2547 เชื่อว่าในคดีดังกล่าวยังมีบุคคลอีกหลายคนถูกคุมขัง,ทรมานและตั้งข้อหาอย่างผิดกฎหมาย อามิงปฏิเสธว่าเขาไม่รู้เรื่อง เขากล่าวว่า (allegedly) ทหารก็เริ่มทรมานเขาเพื่อพยายามบังคับให้ได้มาซึ่งคำสารภาพ เขาถูกมัดกับเก้าอี้และเตะหน้าด้วยเท้าที่สวมบู๊ตจนกระทั่งเก้าอี้ล้มลง หลังจากจับเก้าอี้ตั้งขึ้นใหม่แล้ว เขาก็ถูกตีศีรษะด้วยท่อนเหล็กซึ่งทำความเจ็บปวดอย่างมากซึ่งต่อเนื่องไปถึงประมาณ 8 วันหลังจากนั้น แล้วทหารก็ชกหน้าเขาอย่างแรงจนกระทั่งเขาได้รอยฟกช้ำปรากฏในเวลาต่อมา แล้วทหารก็ใช้บุหรี่จี้คอ,อก,หูและอวัยวะเพศของเขา ซ้ำตีเข่าเขาด้วยขวดเบียร์สามขวด ถึงตอนนั้นความเจ็บปวดอย่างสาหัสทำให้เขาสิ้นสติไป
เมื่ออามิงฟื้นคืนสมปฤดี เขาถูกโยนเข้าไปใต้ฝักบัวและมีน้ำแข็งมาไล้ตามรอยแผลเพื่อลดอาการอักเสบ ผู้ล่วงละเมิดเขาอย่างร้ายกาจเหล่านี้ก็นำเขาไปยังห้องๆ หนึ่งเพื่อค้างคืน แต่เขากล่าวว่าก็ยังคงทรมานกันต่อไป ---คราวนี้เป็นการทรมานทางจิตใจมากกว่าร่างกาย---โดยล่ามเขาไว้กับสุนัข (ในประเพณีอิสลาม สุนัขเป็นสัตว์ต้องห้าม (เพราะสกปรก) อามิงถูกบังคับให้นอนกับสุนัขตลอดคืน
ในวันรุ่งขึ้นเจ้าหน้าที่ห้องกักขังได้นำอาหารมาให้อามิง แต่เขาไม่สามารถกินอะไรได้เนื่องจากหน้าตาบวมปูด ในระหว่างวันนั้นเขาถูกย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งก่อนที่จะถูกนำไปยังค่ายอิงคยุทธบริหารอันเป็นค่ายทหารในจังหวัดใกล้เคียงคือปัตตานี ครอบครัวของเขารู้ว่าเขาอยู่ที่นั่นในวันต่อมาและในวันที่ 2 พ.ย.ก็ได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยม ครอบครัวได้เห็นประจักษ์กับตาตนเองว่าเขาถูกทรมานอย่างหนัก และถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมในกิจกรรมแข็งข้อต่อรัฐ
หลังจากนั้นอีก 7 วันในวันที่ 6 พ.ย. เจ้าหน้าที่ที่ค่ายทหารบอกให้เขาลงนามเอกสารบางชิ้น แต่เนื่องจากเขาอ่านเขียนไม่ได้เขาจึงไม่สามารถลงนามได้ เอกสารนั้นเจ้าหน้าที่ได้ลงนามเองแล้วเขาก็ถูกส่งตัวไปยังสถานีตำรวจอำเภอระแงะ ตำรวจตั้งข้อหาฆาตกรรมและครอบครองอาวุธผิดกฎหมายแก่เขา โดยอาศัยข้อมูลที่ได้รับจากกองทัพ
อามิงได้รับการประกันตัวในเดือนธันวาคม ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนได้หยิบยกคดีของเขาขึ้นร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกองทัพและสถาบันอื่น และยังจัดให้มีการทำรายงานการแพทย์ซึ่งยืนยันคำกล่าวของอามิงว่าได้รับการทรมานทางกาย ในวันที่ 23 ม.ค.เขาได้ให้การเกี่ยวกับการทรมานตามที่เขากล่าวกับ ศอ.บต.ซึ่งมีหน้าที่ประสานงานด้านความมั่นคงในภาคใต้
และแล้วในวันที่ 30 ม.ค.อามิงก็ถูกตำรวจที่สถานีตำรวจระแงะเรียกไปพบ เขาเดินทางไปพร้อมผู้ใหญ่บ้านและผู้สนับสนุนเขาบางกลุ่มในท้องถิ่น แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปพร้อมกับเขา เขาถูกสอบสวนอยู่สองสามชั่วโมงว่าเหตุใดเขาจึงร้องเรียนเรื่องถูกทรมาน และรายละเอียดอีกบางอย่างเกี่ยวกับข้อหาที่เขาได้รับ ในระหว่างนี้มีทหารสัก 10 คน และบุคคลที่แต่งกายพลเรือนอีก 5 คน อยู่ในห้องสอบสวน กรรมการคนหนึ่งของคณะกรรมาธิการเฉพาะกิจว่าด้วยการทรมาน ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของประเทศไทยได้ถูกเรียกเข้าไปที่สถานีตำรวจ และได้รับการบอกกล่าวว่า ปฏิบัติการจับกุมอามิงนั้นเป็นไปตามคำสั่งของกองกำกับการตำรวจประจำจังหวัด
อามิงมีบุตร 8 คน และมีรายได้ประมาณ 500 บาทต่อวัน เขาต้องทำงานทุกวันเพื่อเลี้ยงครอบครัว และกล่าวว่าเขาไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการกิจกรรมต่อต้านรัฐประการใดทั้งสิ้น เป็นไปได้ว่าบัดนี้เขาตกอยู่ในอันตรายที่น่าสะพรึงกลัวเนื่องจากการร้องเรียนของเขา และเขาจำเป็นต้องได้รับการคุ้มครอง"
ข่าวนี้ไม่ว่าจริงหรือเท็จ ได้แพร่หลายไปทั่วโลก ยกเว้นประเทศไทย ความสำคัญของข่าวอย่างนี้ในทรรศนะของผมก็คือ
1.ต้องเร่งพิสูจน์ว่าข่าวนี้จริงหรือเท็จอย่างโปร่งใส โดยเร็ว
ความวิตกกังวลว่าเหตุการณ์ในภาคใต้จะดึงกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงในต่างประเทศเข้ามาร่วมก่อการร้าย ไม่อาจยุติได้ที่องค์ประชุมองค์กรอิสลามโลกซึ่งรัฐบาลพยายามสื่อถึงในเวลานี้ (อย่าลืมว่าองค์กรนี้เองประณามการก่อการร้ายที่พวกมุสลิมหันรุนแรงกระทำในหลายพื้นที่ในโลก แสดงว่าองค์กรนี้ไม่มีอิทธิพลในการควบคุมปฏิบัติการขององค์กรก่อการร้ายเหล่านั้นได้) แต่การสอบสวนอย่างโปร่งใสว่าการกดขี่บีฑาพลเมืองมุสลิม ไม่ใช่นโยบายของรัฐบาล หากได้เกิดขึ้นก็เป็นการกระทำนอกลู่นอกทางของเจ้าหน้าที่ ซึ่งต้องได้รับโทษอย่างเฉียบพลันและเด็ดขาด
2.การพิสูจน์ความจริงยังมีความสำคัญต่อการบริหารนโยบายเป็นอย่างยิ่งด้วย เพราะการกระทำเช่นนี้ไม่ใช่หรือ ที่ทำให้ประเทศไทยหมดสมรรถภาพที่จะจัดการกับการแข็งข้อของคนจำนวนน้อยนิดเดียว เพราะไม่อาจหาความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ได้ นโยบายของนายกฯทักษิณ ชินวัตร ทำให้เกิดการกระทำอันโหดเหี้ยมเช่นนี้โดยเจตนา หรือโดยความหละหลวมในการวางนโยบายก็ตาม นายกฯคนปัจจุบันสัญญาว่าจะแก้ไขสร้างความเป็นธรรม และการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด คำสัญญาต้องไม่เป็นแค่ลมปาก ด้วยเวลาอันสั้นของรัฐบาลชุดนี้ หากเพียงแต่สามารถสร้างความไว้วางใจระหว่างประชาชนและรัฐขึ้นได้ ก็เท่ากับได้แผ้วถางทางไปสู่ความสำเร็จในการยุติความรุนแรงในภาคใต้ไปกว่าครึ่งแล้ว
ฉะนั้นต้องสอบสวนอย่างจริงจังว่า เหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นจริงหรือไม่ และหนทางการสอบสวนก็ใช่ว่าจะยุ่งยากซับซ้อนนัก เพราะมีคำให้การของทนายความ, คณะกรรมาธิการว่าด้วยการทรมานของคณะกรรมการสิทธิฯ และแพทย์ที่ออกใบรับรอง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ ศอ.บต.ที่ได้ฟังคำให้การของนายอามิง อาจใช้ในการตรวจสอบได้ หากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ต้องขยายผลไปสู่การสอบสวนให้ได้ความว่า การกระทำเช่นนี้เป็นคำสั่งของผู้บังคับบัญชาระดับใด และคนเหล่านั้นต้องร่วมรับผิดชอบกับเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยที่ลงมือทำทารุณกรรมด้วย
หากไม่จัดการกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่วางหรือสมยอมต่อแนวปฏิบัติเช่นนี้ เราจะไม่มีทางขจัดการปฏิบัตินอกลู่นอกทางของเจ้าหน้าที่ได้เลย ระบบความรับผิดต้องไม่จำกัดอยู่แต่ยศตำแหน่งต่ำๆ อีกต่อไป
3.นายอามิงจะมีส่วนร่วมกระทำความผิดในวันที่ 4 ม.ค.2547 หรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์กันในศาลสถิตยุติธรรม แต่การที่เขาถูกเจ้าหน้าที่รัฐละเมิดอย่างร้ายแรงเช่นนี้ เขาต้องได้รับการขออภัยอย่างจริงใจจากบ้านเมือง และต้องได้รับการชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างรีบด่วน
4.หากเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นจริง ควรคิดมากกว่าการลงโทษผู้ทำผิด นั่นคือทบทวนคำสั่งและนโยบายทั้งหมดว่า มีความหละหลวมตรงจุดใด ที่เปิดช่อง, เอื้อ หรือแม้แต่ส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ใช้การทรมานเป็นเครื่องมือในการสอบสวน แล้วแก้ไขเสีย
5.สิ่งที่น่าจะทบทวนเป็นอย่างยิ่งอีกอย่างหนึ่งก็คือ การใช้กฎอัยการศึก นี่เป็นหนทางแก้ปัญหาจริง หรือนี่คือส่วนหนึ่งของปัญหากันแน่ กฎอัยการศึกอาจจำเป็นในการทำสงครามในแบบ เมื่ออริราชศัตรูคือไท้ต่างด้าวท้าวต่างแดน แต่ในสงครามของโลกสมัยใหม่ซึ่งความขัดแย้งขั้นสงครามระหว่างรัฐไม่มี หรือถูกแปรเปลี่ยนเป็นสงครามภายในหรือสงครามกลางเมือง กฎอัยการศึกกลายเป็นการอนุญาตให้ใช้อำนาจรัฐอย่างไร้ขอบเขตและไร้การตรวจสอบ กลับผลักให้ประชาชนเป็นอริกับหรือต้องห่างรัฐมากขึ้น ซ้ำสร้างทัศนคติของเจ้าหน้าที่ต่อผู้ต้องหาเหมือน "เชลย"
หากในยามฉุกเฉินวิกฤตใดๆ ที่จำเป็นต้องใช้กำลังทหารเข้าทำงาน แต่ไม่มีกฎหมายใดรองรับการปฏิบัติงานของทหารนอกจากกฎอัยการศึก ก็แสดงว่าต้องมีความบกพร่องหละหลวมในกฎหมายไทย เช่น หากทหารต้องปฏิบัติงานเหมือนตำรวจ เหตุใดจึงแต่งตั้งให้ทหารมีหน้าที่เป็นตำรวจชั่วคราวและเฉพาะท้องถิ่นไม่ได้ อย่างน้อยโดยกฎหมาย การปฏิบัติงานของตำรวจยังถูกตรวจสอบได้ง่ายกว่าการปฏิบัติงานของทหารภายใต้กฎอัยการศึก หรือแม้ในกฎอัยการศึกเองก็น่าจะมีลำดับชั้นของการใช้ เช่น ระบุให้ชัดว่าอำนาจของทหารภายใต้กฎอัยการศึกแต่ละลำดับชั้นสามารถทำอะไรได้บ้าง เป็นต้นว่าจับกุมผู้กระทำความผิดได้ แต่ไม่มีอำนาจในการสอบสวนเอง ต้องส่งให้ตำรวจ หรือสอบสวนเองได้ แต่ต้องกระทำภายใต้การรู้เห็นเป็นพยานของตำรวจ, อัยการ, และทนายความของผู้ต้องหา
ตราบเท่าที่กฎอัยการศึกยังเป็นอำนาจครอบจักรวาลสำหรับการปฏิบัติการสงครามกับต่างชาติเช่นนี้ ยกเลิกประกาศในพื้นที่ภาคใต้เสีย จะเป็นหนทางไปสู่การแก้ปัญหามากกว่า
6.ทั้งๆ ที่สื่อคงได้รับจดหมายเวียนนี้เหมือนผม แต่ก็ไม่มีสื่อใดตามไปตรวจสอบหรือเจาะข่าวนี้เลย สะท้อนอะไรบางอย่างที่น่าหวั่นวิตกในสื่อไทย ก.สื่อไม่มีกึ๋นพอจะเสนอข่าวที่เป็นสาระสำคัญได้กี่มากน้อย ข.เพราะอยากปกป้องรัฐบาลและคณะรัฐประหาร จึงงดเสนอข่าวที่อาจเป็นผลร้ายต่ออำนาจ ฉะนั้นสื่อจึงตั้งตัวเป็นวิศวกรสังคม กล่าวคือกำหนดว่าสังคมควรรู้อะไร เมื่อไร และอย่างไร รวมไปถึงจะกดปุ่มไหนให้สังคมทำอะไรในจังหวะไหน
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด สังคมยิ่งถูกทอนอำนาจลงเสียยิ่งกว่าการสูญเสียรัฐธรรมนูญมากมายนัก
From: http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01act02120250&day=2007/02/12§ionid=0130
|